หลวงตาบุญชื่น หลวงตาบุญชื่น 2566 ล่าสุด พระธุดงค์เท้าเปล่าจากเหนือจรดใต้

หลวงตาบุญชื่น หลายคนคงเคยคุ้นตากับภาพของพระสงฆ์ชรา ที่เดินเท้าเปล่าไปตามถนนเส้นหลัก และมีผู้มากราบสักการะตลอดทางที่ท่านเดินผ่าน พระธุดงค์สายป่า ท่านคือ  หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ พระสงฆ์สายป่าแห่งภาคอีสาน ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเดินเท้าเปล่าจากอำเภอหาดใหญ่ ไปสู่จังหวัดนครพนมโดยไม่ใช้ทางลัด นั่นหมายความว่าท่านจะเดินตรงขึ้นมายังภาคเหนือ เหนือสุดแห่งแดนสยามที่อำเภอแม่สาย จากนั้นก็จะเดินโค้ง

 

ลงไปยังพิษณุโลก เข้าสู่ภาคอีสานแล้วสิ้นสุดที่จังหวัดนครพนม ต้องผ่านเส้นทางถึง 24 จังหวัดรวมระยะทางกว่า 3,415 กิโลเมตร หลวงตาจากกองทัพพระอริยสงฆ์แห่งสยามเดินธุดงค์เท้าเปล่าแสวงบุญ การเดินทางของท่านหลวงตา ปฏิเสธการรับปัจจัยทุกอย่างยกเว้นน้ำดื่ม และจะฉันเฉพาะภัตตาหารเช้าที่ชาวบ้านนำมาถวายตามรายทาง ไม่ขอขึ้นรถไม่รับความช่วยเหลือแม้แต่คนขนสัมภาระ นี่จึงทำให้ประชาชนเลื่อมใสในตัวท่านเป็นอย่างมาก และถ้ามีข่าวคราวว่าหลวงตาเดินธุดงค์มายังบริเวณใกล้บ้านของตน ก็จะออกมาต้อนรับด้วยความศรัทธา โหลดเกมส์

หลวงตาบุญชื่น

หลวงตาบุญชื่นประวัติหลวงตาบุญชื่นคือใคร

ในระยะหลังจะมีการออกข่าวถึงหลวงตา พระธุดงค์สายป่า ว่าท่านเดินธุดงค์ไปถึงเส้นทางใดแล้วบ้าง และภาพที่ฉายออกมาก็คือ ประชาชนในพื้นที่นั้นจะหอบลูกจูงหลาน มาพร้อมกับน้ำดื่มแพ็คใหญ่  เพราะต้องการให้ หลวงตาจากกองทัพพระอริยสงฆ์แห่งสยามเดินธุดงค์เท้าเปล่าแสวงบุญ นำกลับไปหรืออาจจะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่มากราบไหว้ตามรายทาง ถ้าใครก็ตามที่เป็นแม่ลูกอ่อนหรือผู้หญิงท้อง ท่านก็จะมอบน้ำผึ้งให้และอวยพรให้แม่กับลูกสุขภาพแข็งแรง

 

ประวัติหลวงตาบุญชื่นคือใคร สำหรับหลวงตาอดีตท่านเคยเป็นอดีตทหารผ่านศึกเวียดนาม กองพลเสือดำ ปี 2512 สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่จังหวัดอุดรธานี สำหรับชีวิตท่านในตอนเป็นฆราวาส ก็เคยผ่านการฝึกการรบพิเศษมาก่อน จึงมีสมรรถนะร่างกายที่แข็งแรง  คล่องแคล่วกว่าคนทั่วไป และก่อนที่จะออกบวชก็มีชีวิตครอบครัวที่สุขสมบูรณ์ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อท่านได้ศึกษาหลักธรรม คำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระเกจิสายพระป่า ท่านจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา และได้อุปสมบทเมื่อ พ.ศ 2552 และตั้งปณิธานไว้ว่าบั้นปลายชีวิต จะเดินแสวงบุญตามรอยของหลวงปู่มั่น

หลวงตาบุญชื่น มาจากไหน หลวงตาบุญชื่นอยู่วัดไหน

หลวงตาบุญชื่นมาจากไหน พื้นเพดั้งเดิมของดวงตาเป็นคนบ้านเสาเล้า อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีลูกทั้งสิ้น 4 คน หลังจากที่ลูกทุกคนเป็นฝั่งเป็นฝา มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วหลวงตา พระธุดงค์สายป่า จึงได้คิดจะลาบวช แสวงหาความสงบในชีวิต ซึ่งลูกหลานก็ไม่ได้ขัดศรัทธาเพราะเห็นว่าเป็นความสุขของท่าน แต่ก่อนหน้านี้ท่านก็มักจะเดินธุดงค์ไปตามวัดบนป่าบนเขา จำพรรษาที่ถ้ำในเทือกเขาภูพาน แม้ท่านจะ

เดินธุดงค์อยู่เป็นประจำ แต่เชื่อหรือไม่ว่ากิจของสงฆ์ไม่ว่าจะเป็นการบิณฑบาต การทำวัตร การเจริญภาวนาตลอดจนการศึกษาธรรมะ ท่านก็ยังปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไม่มีขาดตกบกพร่อง หลวงตาจากกองทัพพระอริยสงฆ์แห่งสยามเดินธุดงค์เท้าเปล่าแสวงบุญ ทั้งนี้ก่อนที่ท่านจะได้ออกธุดงค์ ก็ได้กล่าวกับลูกว่าหากเห็นท่านกลับมาแสดงว่ายังมีชีวิตอยู่ ถ้าท่านเจ็บป่วยหรือตายในป่า ก็ขอให้ทุกอย่างสูญสลายไปตามธรรมชาติ เพราะตัวท่านนั้นได้สละเส้นทางโลกแล้ว ไม่ยึดติดกับสิ่งใดแล้วแม้กระทั่งสังขารของตัวเอง ตั้งปณิธานไว้ว่า จะบิณฑบาตอย่างนี้ต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

 

เป็นประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า แท้จริงแล้วหลวงตาท่านจำวัดอยู่ที่วัดใด หากย้อนกลับไปตรวจสอบดูจะพบว่า ตลอด 13 ปีที่ผ่านมาท่านไม่เคยจำวัดอย่างเป็นหลักเป็นแหล่ง จะเดินธุดงค์ไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่แล้วก็จะอาศัยอยู่ที่ที่พักสงฆ์หลวงตาบุญชื่น ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม

 

แต่ทั้งนี้ท่านเคยจำวัด เพื่อเตรียมตัวออกธุดงค์ที่วัดหาดใหญ่ หรือวัดมหัตมังคลาราม จ.สงขลา ซึ่งก็เคยมีคำบอกเล่าว่า ท่านจะเดินทางกลับไปจำวัดอยู่ที่วัดพระธาตุจำปา เสาเล้าใหญ่ แต่ในการเดินทางก็ต้องการ เผยแพร่พระธรรมคำสอนของของพระพุทธศาสนาไปด้วย สำหรับวัดอีก 1 แห่งที่ท่านไปจำพรรษาอยู่นานหลายปี ก็คือวัดที่เทือกเขาภูพาน

หลวงตาบุญชื่น

ปาฏิหาริย์ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ

หลวงตาจากกองทัพพระอริยสงฆ์แห่งสยามเดินธุดงค์เท้าเปล่าแสวงบุญ แม้อายุของท่านจะล่วงเลยเข้าสู่วัย 72 ปีแล้ว แต่ยังคงยึดถือหลักปฏิบัติ เหมือนตอนที่ท่านเข้าสู่ร่มพระธรรมใหม่ ๆ นั่นก็คือ

 

1.นอนได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องมีกรดหรือมุ้ง

 

2.ไม่สวมรองเท้าต่อให้พื้นที่เดิน จะเป็นถนนลาดยางที่ร้อนระอุ

 

3.ไม่ยอมรับปัจจัยใด ๆ แม้แต่บาทเดียว

 

4.ไม่ขอขึ้นยานพาหนะต่อให้ท่าน จะมีโรคประจำตัวก็ตาม

 

5.สัมภาระของท่านทุกอย่าง ท่านจะเป็นคนแบกด้วยตัวเอง

 

6.คลองไตรจีวร และทำวัดสวดมนต์เป็นประจำ

 

ด้วยความยึดมั่นในหลักธรรมคำสอน และการปฏิบัติตนที่ดีเสมอมา เมื่อไหร่ก็ตามที่หลวงตา พระธุดงค์สายป่า จำวัดที่ไหนก็จะมีประชาชนมาร่วมสวดมนต์ ทำวัตรเย็นพร้อมกับท่าน หลวงตามักไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ มีเพียงการบอกกล่าวถึงเส้นทางข้างหน้าที่จะธุดงค์ไป ท่านไม่คิดที่จะสร้างวัตถุมงคล หรือพระเครื่องของตนเอง ต่อให้ท่านจะมีชื่อเสียงโด่งดัง ไปทั่วประเทศก็ตามในขณะนี้ และเรื่องปาฏิหาริย์ที่ปรากฏ เป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไปก็คือ

 

– บารมีท่านทำให้โรงพยาบาลและสถานที่ราชการ ได้รับเงินบริจาคนับพันล้านบาท นั่นเพราะว่าท่านปฏิเสธที่จะรับปัจจัย ทางโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนในแถบชนบท และสถานที่ราชการต่าง ๆ ที่จำเป็นในจังหวัดนครพนมทั้ง 99 ตำบล จึงได้ขอบารมีของท่านให้ประชาชนร่วมกันบริจาค และในครั้งนั้นได้รับเงินบริจาคจากสาธุชนรวม 1,300 ล้านบาท

 

– ทำให้ประชาชนหันมาสนใจพระธรรม ต้องยอมรับว่าเป็นระยะเวลาที่เนิ่นนานมาแล้ว ที่ไม่ค่อยมีพระสงฆ์จะเดินทางแสวงบุญในลักษณะนี้ นี่จึงทำให้พุทธศาสนิกชนหลายคนรู้สึกตื่นตัว คลื่นความศรัทธาแห่แหนมาตามรายทางที่ท่านเดินผ่าน และถ้าท่านพักที่ใดสถานที่แห่งนั้น จากที่เคยรกร้างหรือเงียบเหงาก็จะเต็มไปด้วย สาธุชนมาร่วมสวดมนต์ทำวัตรไปพร้อมกับท่าน โดยมิได้นัดหมาย นี่ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญ ทางพุทธศาสนาในยุคนี้ เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นวันสำคัญ ขอแค่ที่ใดก็ตามที่ท่านจาริกธุดงค์ผ่าน ที่นั่นก็จะเต็มไปด้วยคำพูดเลื่อมใสศรัทธา ในพุทธศาสนามารอด้วยใจที่เปี่ยมล้น

 

หลวงตาบุญชื่นเดินธุดงค์ถึงไหนแล้ว หลวงตาบุญชื่นผ่านจังหวัดไหนบ้าง

หลวงตาบุญชื่นผ่านจังหวัดไหนบ้าง  เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ตอนนี้หลวงตา พระธุดงค์สายป่า ได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลวงตาบุญชื่นเดินธุดงค์ถึงไหนแล้ว ภารกิจการธุดงค์ของท่านเสร็จสิ้น ในเดือนเมษายน 2566 รวมระยะทางการเดินประมาณ 3,415 กิโลเมตรผ่านจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สงขลา และเน้นการเดินทางไปบริเวณ แถบตะเข็บชายแดน ทั้งกาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา

 

น่าน แล้วจึงจะวกกลับมายัง จังหวัดนครพนม และอีกหนึ่งสิ่งที่สังเกตได้จาก การเดินธุดงค์ของหลวงตาคือ ท่านจะไม่เข้าจำวัด ที่วัดใดวัดหนึ่งเป็นอันขาด แต่จะเลือกจำวัดตามโรงเรียน หรือศาลากลางบ้าน นั่นก็เพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระ แก่พระภิกษุสงฆ์ในวัดดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็เป็นอีกหนึ่งกุศโลบาย ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงท่านได้ง่าย ด้วยเหตุนี้สถานที่ที่ท่านจำวัด จึงมักจะมีลานกว้างเป็นพิเศษ นั่นก็เพื่อให้สาธุชนได้เข้ามาฟังธรรม สวดมนต์ทำวัตรและเดินจงกรม

 

ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ท่านมักจะไม่เคยให้สัมภาษณ์ เพราะเป้าหมายเดียวก็คือการเดินทาง ไม่มีวอกแวก มีเพียงแต่คำกล่าวที่ว่าจะเดินทางแล้วนะ ความเมตตาของหลวงตานั้น เผื่อแผ่ไปอย่างทั่วถึง ที่พักส่งของท่านไม่ปรารถนาที่จะให้มีไฟฟ้าและแสงสว่าง เพราะในขณะปฏิบัติธรรมเกรงว่า บรรดาแมลงหรือมดจะบินเข้ามากัด พุทธศาสนิกชนที่มาปฏิบัติธรรม ที่พักเรียบง่ายมีเพียงเพิงเล็ก ๆ สำหรับพักอาศัย บริเวณที่พักของท่านมีเพียงไม้เตี้ย ๆ และผ้าสบงเก่า ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึง ความตั้งมั่นของท่านที่จะรักซึ่งทางโลก ไม่ยึดติดกับสิ่งของนอกกายหรือแม้แต่สังขาร

 

เปิดเผยเหตุผลที่ หลวงตาจากกองทัพพระอริยสงฆ์แห่งสยามเดินธุดงค์เท้าเปล่าแสวงบุญ เดินธุดงค์พุทธศาสนิกหลายคนก็มีแนวคิดแบบเดียวกันว่า ท่านต้องการที่จะเผยแพร่พุทธศาสนา ตามแนวตะเข็บชายแดน และทำให้คนหันมาสนใจ ศึกษาพระธรรมคำสอนมากยิ่งขึ้นจึงได้เดินธุดงค์เท้าเปล่า แต่เชื่อหรือไม่ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของหลวงตานั้นเกิดขึ้นเพราะ “ท่านหัวไม่ดีกลัวจะเป็นภาระให้แก่คนอื่น” ซึ่งในสมัยที่ตอนท่านบวชนั้นหลวงตาก็อายุมากแล้ว หากจะให้เข้าศึกษาพระธรรมกับโรงเรียน ก็กลัวจะเป็นภาระให้กับพระอาจารย์ ท่านยังกล่าวอีกว่าตนเองเป็นคนที่หัวไม่ดี จึงใช้วิธีการเจริญภาวนาด้วยการเดินธุดงค์แทน

 

การออกเดินธุดงค์อีกครั้งของหลวงตา หลังจากที่ท่านปฏิบัติภารกิจสิ้นสุด ตามเจตนารมณ์แล้ว ก็ได้เปิดโอกาสให้นักข่าวได้สัมภาษณ์ ถึงการเดินธุดงค์ครั้งถัดไป หลวงตากล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “บอกกันก่อนไม่ได้หรอก ถ้าจะเดินก็ต้องมองที่สังขารของเราด้วยว่า มีความพร้อมแค่ไหน” เพราะตอนนี้หลวงตาเอง ก็มีอาการป่วยด้วยสาเหตุกระดูกบริเวณต้นคอยุบ นั่นก็เพราะว่าท่านธุดงค์ต่อเนื่องและขาดเวลาพักผ่อน เพราะนอกจากท่านจะเดินธุดงค์ทุกวันแล้ว จริยวัตรก็ไม่เคยบกพร่อง สำหรับมวลกระดูกของท่านนั้น หากเปรียบเทียบเป็นอายุคนแล้วก็จะอยู่ราว ๆ คนอายุ 50 ปีด้วยเหตุนี้ ท่านจึงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง กว่าคนที่อยู่ในวัยเดียวกัน

 

ความสำเร็จในการเดินธุดงค์ของหลวงตาบุญชื่น ไม่ใช่เพียงเพราะบรรลุเป้าหมายตามที่ท่านตั้งไว้ เพียงแค่อย่างเดียว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกุศโลบายที่ทำให้คนไทย หันมาสนใจในพุทธศาสนาได้อย่างแยบยล อีกทั้งสถานที่ที่ท่านเลือกจำวัด ก็ไม่ใช่สถานที่หรูหรา แต่พอท่านเอ่ยวาจาว่าจะไปพักในที่แห่งใด สถานที่แห่งนั้น ก็จะได้รับการบูรณะให้พร้อมใช้งาน นี่จึงเป็นอานิสงส์ให้กับประชาชน ที่อยู่ในละแวกนั้นได้ใช้งานต่อ สถานที่หลายแห่งได้รับการเหลียวแล ประชาชนหลายคนมีกำลังใจ ที่จะสู้ชีวิตต่อเพราะพวกเขาได้เห็นตัวอย่างแล้วว่า แม้แต่หลวงตาที่อายุกว่า 72 ปีท่านยังไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และซื่อตรงต่อเจตนารมณ์ของตน ถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ที่เรียบง่ายอย่างแท้จริง หลวงตาบุญชื่นมาจากไหน