กราบสักการะขอพรหลวงพ่อพระเสริม วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

หลวงพ่อพระเสริม

วันหยุดว่าง ๆ หากใครกำลังมองหาที่สงบจิต สงบใจ หามุมสงบหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง กรุงเทพมหานครของเราสักที่ เพจเที่ยววัดจะพาไปหามุมสงบย่านธุรกิจใจกลางเมือง กราบสักการะขอพรหลวงพ่อพระเสริม วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร อีกหนึ่งในจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดของกรุงเทพมหานคร

สำหรับการเดินทางมายังวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ผมเดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส BTS มาลงสถานีสยาม แล้วเดินมาทางมาตรงสี่แยกราชประสงค์ วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ อยู่ระหว่างศูนย์การค้าสยามพารากอน และห้างเซ็นทรัลเวิลด์ครับ

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ สถาปนาขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2400 ในสมัย ร.4 บริเวณด้านทิศตะวันตกของสระนอก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแก่พระเทพศิรินทราบรมราชินี พระมเหสี และได้พระราชทานนามวัดว่า “วัดปทุมวนาราม” และได้นิมนต์พระครูกล่ำ มาเป็นเจ้าอาวาส แล้วได้พระราชทานสมณศักดิ์เป็น “พระครูปทุมธรรมธาดา” แต่ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อวัดว่า “วัดสระปทุม”

ไฮไลท์ที่สำคัญของวัด ก็คือ การได้ไปกราบสักการะหลวงพ่อพระเสริม เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่แบบศิลปะล้านช้างเวียงจันทน์ ตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “หลวงพ่อพระเสริม” กล่าวไว้ว่า พระธิดาสามพี่น้องของกษัตริย์ล้านช้าง ได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ขึ้น 3 องค์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา แล้วขนานนามพระพุทธรูปว่า พระสุก พระเสริม และพระใส พระสุกนั้นเป็นพระประจำพี่ใหญ่ พระเสริมประจำคนกลาง ส่วนพระใสประจำคนสุดท้อง การสร้างพระทั้ง 3 องค์ มีพิธีการชาวบ้านและทางวัดได้ช่วยกันทำ โดยมีคนสูบเตาหลอมทองอยู่ไม่ขาดระยะ เป็นเวลา 7 วันแล้ว แต่ทองก็ยังไม่ละลาย พอถึงวันที่ 8 เวลาเพล เหลือหลวงตากับสามเณรน้อยรูปหนึ่งสูบเตาอยู่ ได้ปรากฏมีชีปะขาว ตนหนึ่งมาขอช่วยทำ หลวงตากับเณรน้อยจึงไปฉันเพล ญาติโยมที่มาส่งเพลจะลงไปช่วยแต่มองไปเห็นชีปะขาวจำนวนมากช่วยกันสูบเตาอยู่ แต่เมื่อถามพระ พระมองลงไปก็เห็นเป็นชีปะขาวแค่ตนเดียว พอฉันเพลเสร็จคนทั้งหมดจึงลงมาดู ก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง เพราะได้เห็นทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้ง 3 เบ้าแล้ว และไม่เห็นชีปะขาวแล้ว หลังสร้างเสร็จ พระสุก พระเสริม และพระใส ได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองหลวงอาณาจักรล้านช้างมาเป็นเวลาช้านาน

ต่อมาในสมัย ร.3 ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ ขึ้นที่เมืองเวียงจันทน์ จึงให้พระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ เมื่อเมืองเวียงจันทน์สงบแล้ว จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส มาที่จังหวัดหนองคาย การอัญเชิญนั้นได้ประดิษฐานหลวงพ่อทั้งสามไว้บนแพไม้ไผ่ล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงเวินแท่นได้เกิดอัศจรรย์ คือ ได้บังเกิดฝนฟ้าคะนอง พระสุก ได้แหกแพจมลงในน้ำ ท้องฟ้าที่วิปริตต่าง ๆ จึงหายไป การอัญเชิญครั้งนี้จึงเหลือแต่พระเสริม และพระใสมาถึงหจังหวัดหนองคาย สำหรับพระเสริมนั้นเดิมได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย ส่วนพระใสได้อัญเชิญไปไว้ยังวัดหอก่อง หรือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ จังหวัดหนองคาย ต่อมาในสมัย ร.4 โปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น ข้าหลวง อัญเชิญพระเสริมพร้อมพระใสไปยังกรุงเทพมหานคร แต่เกิดปาฏิหาริย์ โดยพราหมณ์ผู้อัญเชิญนั้นไม่สามารถขับเกวียนนำพระใสไปได้ แม้จะใช้กำลังคนหรืออ้อนวอนอย่างไรก็ตาม จนในที่สุดเกวียนได้หักลง เมื่อหาเกวียนใหม่มาแทนก็ไม่สามารถเคลื่อนไปได้อีก จึงปรึกษาตกลงกันว่าให้อัญเชิญพระใสมาไว้ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคายแทน ส่วนพระเสริมได้อัญเชิญไปกรุงเทพมหานคร เมื่ออธิษฐานดังกล่าวพอเข้าหามเพียงไม่กี่คนก็อัญเชิญมาได้

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเครื่อง วัดดัง ขอพรโชคลาภ อ่านเพิ่มเติม : สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ผู้สนับสนุนคลิ๊ก

อ้างอิงจาก : trueid